สำนักงานอัยการสูงสุด จัดประชุมซักซ้อมการใช้งานระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก OAG – Xchange
สำนักงานอัยการสูงสุด จัดประชุมซักซ้อมการใช้งานระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก OAG – Xchange ยืนยันตัวบุคคลผู้ใช้งานผ่าน ThaID ในระบบตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง และระบบตรวจสอบข้อมูลล้มละลายของกรมบังคับคดี พร้อมเตรียมพัฒนาเชื่อมโยงระบบกับหน่วยงานอื่นๆ ต่อไปในอนาคต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอำนวยความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์ของรัฐ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
วันนี้ (4 ธันวาคม 2567) เวลา 09.30 น. นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานในการประชุมซักซ้อมการใช้งานระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก OAG – Xchange ซึ่งสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดพัฒนาขึ้น เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อมูลบุคคลและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการทางคดี ณ ห้องประชุม 902 ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ โดยมีผู้บริหาร พนักงานอัยการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จากสำนักงานในส่วนกลางและต่างจังหวัด จำนวน 807 สำนักงาน รวม 2,114 คน เข้าร่วมรับฟังผ่านระบบ Zoom Meeting
อัยการสูงสุด กล่าวว่า ตามที่ได้แถลงนโยบายการบริหารงาน ซึ่งมุ่งเน้นเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาขีดสมรรถนะให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและประเทศชาติโดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการทำงานให้สอดคล้องกับกระแสความเจริญของเทคโนโลยี สังคม ทั้งในปัจจุบันและอนาคตโดยมีค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุดนั้น สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด ได้พัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก ระบบตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรและระบบตรวจสอบข้อมูลล้มละลายขึ้นมา เพื่อช่วยให้พนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลได้ว่าบุคคลดังกล่าวว่าเป็นคนเดียวกันกับคู่ความในคดีหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันตัวของผู้ต้องหาหรือผู้เสียหาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการฟ้องผิดตัว รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลสถานะของการพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของลูกหนี้ได้แบบเป็นปัจจุบันเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลของกรมบังคับคดีโดยตรง จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการปฏิบัติงานอำนวยความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์ของรัฐ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน อันเป็นภารกิจสำคัญของสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป
ด้าน นายสราวุธ ปิตุเตชะ เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอกของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือ OAG – Xchange นั้น สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด ได้พัฒนาขึ้นเองโดยไม่ได้ใช้งบประมาณในการจ้างบริษัทเอกชนหรือหน่วยงานภายนอกแต่อย่างใด โดยในวันนี้เป็นการซักซ้อมการใช้งานเชื่อมโยงระบบตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองและระบบตรวจสอบข้อมูลบุคคลล้มละลายของกรมบังคับคดี โดยใช้การยืนยันตัวบุคคลผ่านแอปพลิเคชั่น ThaID แทนการใช้ยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ด พร้อมกับเครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชนที่ประจำอยู่กับคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเท่านั้น ทำให้สามารถเข้าใช้ระบบตรวจสอบข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น โดยระบบตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร จะใช้ตรวจสอบข้อมูลใบหน้ายืนยันว่าเป็นบุคคลดังกล่าวจริง ทั้งผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือผู้ร้องขอความเป็นธรรม เพื่อป้องกันการแอบอ้างหรือความผิดพลาดในการส่งฟ้องผู้ต้องหา
ส่วนระบบตรวจสอบข้อมูลบุคคลล้มละลายของกรมบังคับคดี ก่อนหน้านี้พนักงานอัยการหรือเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าใช้งานระบบจะต้องไปยื่นเรื่องลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผู้ใช้งานที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดก่อน เมื่อนำระบบการยืนยันตัวบุคคลผ่านแอปพลิเคชั่น ThaiD ก็จะทำให้ลดขั้นตอนลง พนักงานอัยการและเจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงานมีความสะดวกมากขึ้น ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยในการใช้งาน โดยผู้ที่จะมีสิทธิเข้าใช้งานระบบดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานและได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาให้ลงทะเบียนใช้งาน พร้อมส่งคำขอลงทะเบียนไปยังสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 1 วันหลังจากที่ได้คำขอลงทะเบียนก็จะสามารถเข้าใช้งานระบบได้ รวมถึงการเก็บบันทึกข้อมูลการเข้าใช้งาน การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ แม้จะไม่ได้มีการสั่งพิมพ์รายงานการตรวจสอบออกมาก็ตาม
เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากระบบตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง และระบบตรวจสอบข้อมูลล้มละลายของกรมบังคับคดีแล้ว สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด ยังมีโครงการพัฒนาการเชื่อมโยงระบบกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งที่มีอยู่แล้วและที่จะมีในอนาคตอีกหลายโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของสำนักงานอัยการสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ส. กรมการขนส่งทางบก สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์(ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น โดยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้จะมีการเชื่อมโยงกับระบบของกรมราชทัณฑ์ ในการตรวจสอบข้อมูลการรับโทษ วันพักโทษ การปล่อยตัวผู้ต้องหา เพื่อให้พนักงานอัยการนำมาใช้ประกอบการพิจารณาบวกโทษหรือเพิ่มโทษ ทำให้การอำนวยความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์ของรัฐ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น












