สำนักงานอัยการสูงสุด ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
อัยการสูงสุด แสดงความห่วงใยข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ จัดประชุมติดตามสถานการณ์พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูหลังน้ำลดเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานบริการประชาชนได้ตามปกติ
วันนี้ (3 ธันวาคม 2567) เวลา 09.00 น. นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานในการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ (ภาค 8 – ภาค 9) โดยมีผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุดในส่วนกลาง อธิบดีอัยการ อัยการจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงานในพื้นที่ภาค 8 และภาค 9 เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 701 ชั้น 7 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคาราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และทางออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting
นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด ได้แสดงความห่วงใยไปยังข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุดในพื้นที่ภาค 9 ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งเกิดอุทกภัยทำให้อาคารสำนักงาน บ้านพักและทรัพย์สินต่างๆ ได้รับความเสียหายส่งผลกระทบในการปฏิบัติงานและให้บริการประชาชน โดยได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหาแนวทางช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและการฟื้นฟูภายหลังจากที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว รวมทั้งได้กำชับอธิบดีอัยการและสำนักงานในพื้นที่ภาค 8 ในการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์เนื่องจากอาจเกิดอุทกภัยเช่นเดียวกับในพื้นที่ภาค 9 ได้
ด้าน นายสราวุธ ปิตุเตชะ เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด นางวัลยา สุวรรณมัย ที่ปรึกษาระบบสำนักงานอัยการสูงสุด และนางธนนันท์ วรพงศธรณ์ ผู้ช่วยเลขาธิการฯ ได้ชี้แจงแนวทางการใช้งบประมาณ อาทิ การจัดซื้อกระสอบทรายเพื่อจัดเตรียมป้องกันก่อนเกิดอุทกภัย การทำความสะอาดอาคารสำนักงาน ซ่อมแซมครุภัณฑ์ที่ได้รับความเสียหายหลังจากน้ำลด หากกระทบกับโครงสร้างของอาคารสำนักงานหรือบ้านพักราชการให้ประสานงานกับหน่วยงานโยธาในพื้นที่สำรวจความเสียหายและประเมินราคาในการขอรับงบประมาณซ่อมแซมปรับปรุง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานบริการประชาชนได้ตามปกติ
ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์อุทกภัย สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีการจัดส่งอาหารแห้งและน้ำดื่มให้กับบุคลากรที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นแล้ว โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการสำนักงานอัยการสูงสุด และชมรมกอล์ฟอัยการ ซึ่งหลังจากที่น้ำลดจะได้มีการเร่งฟื้นฟูโดยสำรวจความเสียหายและจำนวนบุคลากรที่ได้รับผลกระทบ รายงานผ่านผู้บังคับบัญชาไปยังสำนักสิทธิประโยชน์และสวัสดิการเพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป










