อัยการสูงสุดคนที่ 21 แถลงนโยบายการบริหารงาน ขับเคลื่อนองค์กรโดยยึดหลักนิติธรรม มุ่งสู่การเป็น “อัยการของชาติและประชาชน”
วันนี้ (9 ตุลาคม 2569) เวลา 09.30 น. นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด ได้แถลงนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2571 หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา นับเป็นอัยการสูงสุดคนที่ 21 โดยมีรองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจการอัยการ อธิบดีอัยการ สำนักงานในส่วนกลาง อธิบดีอัยการภาค และผู้อำนวยการสำนักงานต่างๆ เข้าร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุม 120 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ชั้น 1 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ และถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์ไปยังข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดทั่วประเทศอีกด้วย
นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุดคนที่ 21 กล่าวว่า ท่ามกลางบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งอาชญากรรมรูปแบบใหม่ อาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาการทุจริต ตลอดจนความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม ล้วนเป็นความท้าทายสำคัญที่องค์กรอัยการรวมถึงข้าราชการฝ่ายอัยการจะต้องก้าวให้ทันและพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องทำความเข้าใจและร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงโดยยึดมั่นในหลักนิติธรรม เพื่อให้สำนักงานอัยการสูงสุดสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง ปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมที่ประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจ
สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และ 2571 ได้กำหนดนโยบายการบริหารงาน ไว้ 4 เรื่อง ภายใต้แนวคิด “อัยการของชาติและประชาชน” คือ
เรื่องที่ 1 สานภารกิจเดิม เร่งรัดการสั่งสำนวนคดีอาญาและคดีแพ่ง ให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมยกระดับระบบไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทเชิงรุกของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) พร้อมทั้งการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมของบุคลากร และลดขั้นตอนในกระบวนการทำงานสู่ระบบไร้กระดาษทุกหน่วยงานทั่วประเทศ
เรื่องที่ 2 เสริมภารกิจใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผลประโยชน์รัฐในการบังคับคดีแพ่งและคดีปกครองเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานอัยการในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับคดีด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายและอนุบัญญัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรม และยกระดับการสั่งคดีให้ถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม มีคุณภาพเป็นมาตรฐาน
เรื่องที่ 3 ให้ประชาชนเชื่อมั่น สร้างความโปร่งใส ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยยกระดับระบบฐานข้อมูลกลาง เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่องค์กรอัยการยุคดิจิทัล (Smart OAG) พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อให้ประชาชนติดตามสถานะคดีด้วยระบบออนไลน์ (OAG Tracking) และส่งเสริมความร่วมมือและการบูรณาการระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและต่างประเทศ
เรื่องที่ 4 ร่วมสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กร เสริมสร้างความผูกพันและสุขภาวะในการทำงานของบุคลากร ปลูกฝังวัฒนธรรมความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบต่อสังคมตามค่านิยมร่วม “PUBLIC” (P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง, U : Uprightness เป็นที่พึ่งความยุติธรรม, B : Betterment คิดและทำเพื่อพัฒนา, L : Lawfulness รักษากฎหมายด้วยเหตุผล, I : Integrity ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส, C : Collaboration ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย)
ทั้ง 4 เรื่อง ถือเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนงานของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มุ่งอำนวยความยุติธรรมให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก และทันต่อสถานการณ์ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม สร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งเพื่อสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรในการเป็น “อัยการของชาติและประชาชน”














